การนำผลการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาโรงเรียน

การนำผลการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาโรงเรียน

การนำผลการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาโรงเรียน ได้มีนักการศึกษาได้กล่าวถึงการใช้ประโยชน์จากการวิจัยในชั้นเรียนไว้ ดังนี้

ประภาพรรณ เส็งวงศ์ (2551, หน้า 115-116) ได้กล่าวถึง การนำผลการวิจัยไปใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาการเรียนรู้ เป็นขั้นตอนที่สำคัญของการวิจัยเพื่อให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ดังนี้
1. การนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้
1.1 พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพทั้งกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
1.2 พัฒนาครูให้มีประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ตามคุณภาพการศึกษาเป็นครูมืออาชีพ
1.3 พัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพสูงสุดในการเรียนรู้ การมีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
1.4 แก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องในการเรียนรู้ และคุณลักษณะของผู้เรียนเป็นรายบุคคลให้เป็นผู้เรียนที่ดี เก่ง และมีสุข
1.5 พัฒนาการบริหารจัดการ การนิเทศการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษา
1.6 พัฒนาผู้บริหารให้เห็นความสำคัญของการวิจัย โดยใช้ผลการวิจัยมาปรับปรุงพัฒนางาน และสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ
1.7 พัฒนาการดำเนินการโดยเฉพาะการวางแผน การกำหนดนโยบาย และการกำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา

2. การนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
2.1 นำผลการวิจัยที่ค้นพบมาจัดทำกรอบความคิดการวิจัย
2.2 นำผลการวิจัยที่ค้นพบมาใช้เป็นแนวทางในการจัดทำเครื่องมือวิจัย นวัตกรรม การวิเคราะห์ อภิปรายผล และเขียนรายงานการวิจัย
2.3 พัฒนากระบวนการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
2.4 พัฒนาสื่อ นวัตกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
2.5 พัฒนาเครือข่ายนักวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
2.6 เผยแพร่การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนเพื่อการวิจัยอย่างต่อเนื่อง

กรรณิศา ธิปทา (2550, ออนไลน์) ได้กล่าวว่า การวิจัยในชั้นเรียนกับการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ เนื่องจากการวิจัยในชั้นเรียนเป็นส่วนหนึ่งของการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาในส่วนของการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไปตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ดังนั้นการวิจัยในชั้นเรียนจึงควรดำเนินการให้สอดคล้องกับขั้นตอนการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบที่โรงเรียนทั่วไปใช้กันอยู่ คือ ขั้นตอนการพัฒนาตามวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง (P-D-C-A) ซึ่งประกอบด้วย การวางแผน (Plan) การปฏิบัติการ (Do) การตรวจสอบ (Check) และการแก้ไขปรับปรุง (Action) ส่วนการวิจัยในชั้นเรียน ประกอบด้วยขั้นตอนการทำงานที่สำคัญ คือ ศึกษาปัญหาในชั้นเรียน จากนั้นเลือกปัญหาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนซึ่งมีความสำคัญในลำดับต้น ๆ มาแก้ปัญหา ขั้นตอนของการแก้ปัญหาคือหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา แล้วศึกษาหาวิธีการแก้ปัญหาที่คาดว่าสามารถนำมาใช้ได้ผล ซึ่งอาจเป็นสื่อ เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรม ฯลฯ แล้วเลือกพัฒนานวัตกรรมหรือวิธีการที่เหมาะสม ตรวจสอบและปรับปรุง แล้วนำมาทดลองใช้ รวบรวมข้อมูลจากการทดลอง ตรวจสอบ วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปผลการทดลองให้ชัดเจน เป็นรูปธรรม ในกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างรีบด่วน จะแก้ปัญหาโดยใช้กระบวนการวิจัยก็ไม่ทันการณ์ ครูก็สามารถศึกษาและนำผลงานวิจัยของครูคนอื่นที่ใช้แก้ปัญหาเดียวกันมาใช้แก้ปัญหาในชั้นเรียนของตนได้ ถือเป็นการบริโภคงานวิจัยอย่างคุ้มค่าวิธีหนึ่ง

วาโร เพ็งสวัสดิ์ (2546, หน้า 169-170) ได้กล่าวถึง การนำผลการวิจัยในชั้นเรียนไปใช้ประโยชน์ มีดังนี้
1. การนำผลการวิจัยไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัยในชั้นเรียนเป็นการวิจัยของครูเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาการเรียนการสอน ดังนั้นผลการวิจัยจึงเป็นการแก้ปัญหานั้นได้โดยตรง นอกจากนี้ผู้บริหารการศึกษายังอาจจะใช้เป็นข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน ซึ่งจะส่งผลให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2. การนำไปใช้เป็นข้อความรู้ใหม่ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาการเรียนการสอน ผลการวิจัยนอกจากจะนำไปใช้ในการแก้ปัญหาของครูผู้วิจัยโดยตรง การเผยแพร่ผลการวิจัยให้กับบุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ในการแก้ปัญหา หรือนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงวิชาการ หรือนำไปสอนนักเรียนเพื่อความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ ตลอดจนผลการวิจัยยังใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการศึกษาที่ลึกซึ้งต่อไป
3. การนำผลการวิจัยไปใช้เป็นผลงานทางวิชาการ การวิจัยในชั้นเรียนที่ครูทำขึ้น สามารถนำเอาไปเป็นผลงานทางวิชาการเพื่อกำหนดตำแหน่งที่สูงขึ้นเป็นอาจารย์ 3 ระดับ 6-8 หรืออาจารย์ 3 ระดับ 9 ได้ ถ้าหากผลการวิจัยนั้นกระทำตามระเบียบวิธีการวิจัยอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีลักษณะของรูปแบบคล้าย ๆ กับวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาปริญญาโท หรือปริญญาเอก

กรมวิชาการ (2542, หน้า 10 -14) ได้สรุปถึง การนำผลการวิจัยในชั้นเรียนไปใช้ประโยชน์เป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่ง เพราะครูสามารถใช้ข้อมูลหรือนวัตกรรมใหม่ที่ค้นพบในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนให้บรรลุผลตามที่ต้องการ ซึ่งการนำข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนให้บรรลุผลตามที่ต้องการนั้น จะทำให้การเรียนการสอนในชั้นเรียนมี่ความสมบูรณ์และมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
1. ความสำคัญของการนำผลการวิจัยในชั้นเรียนไปใช้ มีดังนี้
1.1 ทำให้การจัดการเรียนการสอนบรรลุตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรยิ่งขึ้นเพราะครูสามารถใช้นวัตกรรม วิธีการ  เทคนิคการสอนหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เชื่อถือได้ในการแก้ปัญหาการเรียนการสอน
1.2 ทำให้ครูพัฒนางานของตนเองให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น เพราะครูสามารถนำข้อมูลที่เป็นข้อค้นพบจากการวิจัยใช้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน
1.3 ทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและส่งเสริมจนบรรลุศักยภาพสูงสุดจากครูสามารถส่งเสริมและพัฒนาได้ตรงตามสภาพความจริงของผู้เรียนแต่ละคน
1.4 ทำให้ผู้บริหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลที่ใช้ปรับปรุงพัฒนางานบริหารและจัดการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
1.5 ครูใช้เป็นผลงานทางวิชาการเพื่อเสนอขอกำหนดตำแหน่งให้สูงขึ้นได้
1.6 ทำให้มีข้อมูลในการปรับปรุงพัฒนาหรือดัดแปลงงานในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างมีระบบ
1.7 ทำให้มีแนวทางในการดำเนินงานหรือกำหนดนโยบายของหน่วยงานหรือองค์กร

2. จุดมุ่งหมายในการนำผลการวิจัยในชั้นเรียนไปใช้มีดังนี้
2.1 เพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอน
2.2 เพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2.3 เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินงานเฉพาะด้าน
3.แนวทางการนำผลการวิจัยในชั้นเรียนไปใช้ มีดังนี้
3.1 นำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอน
3.1.1 ผู้บริหารนำไปใช้ในการบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน ซึ่งได้แก่
3.1.1.1 ใช้ในการวางแผน/ กำหนดนโยบาย การเรียนการสอน และหลักสูตร
3.1.1.2ใช้ปรับปรุง/ ดัดแปลง ให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างเป็นระบบ เช่น  ดำเนินโครงการต่าง ๆ  ด้านวิชาการ  การผลิตเอกสารวิชาการ
3.1.2 ครูผู้สอน นำไปใช้ในการพัฒนา ปรับปรุงการเรียนการสอนในห้องเรียน ซึ่งได้แก่
3.1.2.1 ใช้แก้ปัญหาการเรียนการสอนโดยตรง เช่น  การใช้เทคนิคการสอนช่วยซ่อมเสริมผู้เรียนที่เรียนช้าไม่ทันเพื่อน
3.1.2.2 ใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงการเรียนการสอน เช่น  การใช้นิทานพื้นบ้านเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความของนักเรียน
3.1.2.3ใช้พัฒนาหลักสูตร  เช่น  ครูสอนแบบหน่วยการเรียน โดยการบูรณาการสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ตามหลักสูตรกำหนด
3.2 นำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาการเรียนการสอน เมื่อครูได้ข้อค้นพบความรู้ใหม่ ๆ จากการวิจัยแล้ว ควรมีการเผยแพร่ให้แก่บุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้
3.2.1 เผยแพร่ให้บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประโยชน์ในการอ้างอิง  ค้นคว้า
3.2.2 เผยแพร่ให้บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดแนวทางในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ใหม่ที่ลึกซึ้งและมีประโยชน์ต่อไป
3.3 นำไปใช้ในการพัฒนาวิชาชีพ การวิจัยในชั้นเรียน นอกจากจะเป็นการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนแล้วยังเป็นการพัฒนาวิชาชีพของครูอีกด้วย กล่าวคือ  เมื่อครูทำวิจัยในชั้นเรียน  ทำให้เป็นการเสริมสร้างความรู้ทางวิชาการของตนเอง ทำให้ครูมีนวัตกรรม สื่อ  และวิธีการสอนที่มีคุณภาพ  ซึ่งทำให้เกิดมาตรฐานในการเรียนการสอนตามระบบประกันคุณภาพ อันสอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูของคุรุสภา  พ.ศ. 2537 อีกประการหนึ่งครูยังสามารถนำผลงานที่เกิดจากการวิจัยในชั้นเรียนไปใช้เป็นผลงานวิชาการ ตามหลักเกณฑ์การขอเลื่อนระดับหรือปรับตำแหน่งให้สูงขึ้น ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูได้อีกด้วย โดยผลงานนั้นควรมีสำคัญ ดังนี้
3.3.1 ผลงานสอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่
3.3.2 ผลงานมีคุณภาพตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูกำหนด
3.3.3 ผลงานมีประโยชน์ต่อผู้เรียน ครู และบุคลากรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3.3.4 ผลงานมีรูปแบบการเขียนรายงานที่ถูกต้องเป็นที่ยอมรับ
3.4 การส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ในส่วนของครูและนักเรียนมีดังนี้
3.4.1 จัดทำสรุปผลการวิจัยด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ เผยแพร่แก่บุคคลหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3.4.2 ครูควรนำวิธีการ/ นวัตกรรม ที่ค้นพบจากการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนอย่างสม่ำเสมอ
3.4.3 ครูแลกเปลี่ยนงานวิจัยของตนกับผู้อื่น เช่น การนำเสนอผลการวิจัยในที่ประชุม การเข้าร่วมสัมมนา  ลากรเผยแพร่เอกสาร
3.5 ผู้บริหาร
3.5.1 กระตุ้นให้ครูพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้การวิจัยเป็นพื้นฐาน
3.5.2 ส่งเสริมให้ครูค้นหาความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน  เช่น การศึกษาเอกสารทางวิชาการ การสนทนากับผู้รู้
3.5.3 จัดให้มีการประชุมปฏิบัติการทางวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง
3.5.4 เชิญวิทยากรมาให้ความรู้เรื่องการวิจัยในชั้นเรียนแก่ครู
3.5.5 นำผลไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน
************ดังที่กล่าวมาแล้วพอสรุปได้ว่า แนวทางการนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาโรงเรียน ซึ่งเป็นเป้าหมายร่วมกันทั้งผู้บริหารการศึกษา ครูผู้สอน และผู้นิเทศ ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ประกอบด้วย 3 ด้าน ดังนี้ 1) การนำผลการวิจัยไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่งสามารถใช้ได้ในลักษณะ เช่น ใช้แก้ปัญหาการเรียนการสอนโดยตรง เช่น  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ครูผู้สอนนำไปใช้ในการปรับกิจกรรม การเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หรือใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลย้อนกลับในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนได้ และใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนให้เป็นไปอย่างราบรื่น และมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น 2) การนำผลการวิจัยไปใช้เป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาการเรียนการสอนโดย เช่น นำไปใช้แก้ปัญหาหรือนำไปใช้ประโยชน์เชิงวิชาการที่เป็นความรู้ใหม่ นำไปอ้างอิงหรือนำไปสอนนักเรียนเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการ และนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการศึกษาต่อไปเพื่อให้ได้ความรู้ที่ลึกซึ้งเป็นประโยชน์ยิ่งขึ้น 3) การนำผลการวิจัยไปใช้เป็นผลงานทางวิชาการ ผลการวิจัยนอกจากจะเป็นประโยชน์ในด้านการปรับปรุงและพัฒนางานหรือการจัดการเรียนการสอนแล้ว ยังเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาวิชาชีพอีกด้วย  โดยผู้วิจัยสามารถนำผลการวิจัยไปใช้เป็นผลงานวิชาการเพื่อขอเลื่อนวิทยฐานะ หรือปรับตำแหน่งให้สูงขึ้นได้

บุญนำ เกษี
E-mail: Boonnum.kasri@live.com

About these ads
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s